suzumiya haruhi no taikutsu 5
posted on 05 Apr 2007 23:56 by cocorico2 in Suzumiya-Haruhiบทที่ 1 ความเบื่อหน่ายของสุซุมิยะ ฮารุฮิ ส่วนที่ 5
กลับไปที่ : บทนำ: บทที่1 :ส่วนแรก: ส่วนที่2 : ส่วนที่3 :ส่วนที่4 : ส่วนที่5 : หน้าถัดไป
เอาละ สายตาของเจ้าพวกนั้นเริ่มไม่รู้จะมองไปทางไหนแล้วสิ ก็ทั้งฮารุฮิและคุณอาซาฮินะเล่นแต่งชุดเชียร์ลีดเดอร์ออกไปตี คุณอาซาฮินะนี่ดูเพอร์เฟ็คท์จริงๆเล้ย ส่วนฮารุฮิก็ดูไม่เลวนะ ทั้งท่าทางและรูปร่างของหล่อน
ฮารุฮิอาศัยความผิดพลาดของพิชเชอร์และหวดลูกเต็มแรง บอลเหินลอยข้ามเบสสองไปไกลเลยทีเดียว กว่าฝ่ายนั้นจะส่งลูกกลับมา เจ๊แกก็วิ่งไปถึงเบสสามแล้ว สายตาของกรรมการที่เบสสามดูเหมือนจะมองต่ำแปลกๆแฮะ ตอนที่ฮารุฮิสไลด์เข้ามาน่ะ
ไม้ต่อไป เชียร์ลีดเดอร์คนสวยที่มีเสน่ห์กว่าฮารุฮิเยอะ คุณอาซาฮินะไงล่ะ ตอนนี้เธอกำลังถือไม้ด้วยความประหม่าสุดๆ แถมยังตกเป็นเป้าสายตาของหลายๆคนอีกต่างหาก (รวมถึงผมด้วย) หน้าเธอตอนนี้เริ่มแดงด้วยความเขินอายแล้ว ว้าว ช่างเป็นฉากที่สุดยอดอะไรขนาดนี้
แม้แต่พิชเชอร์ยังสั่นจนขว้างเบามากๆ แต่คุณอาซาฮินะก็ไม่ได้แหว่งไม้ออกไปเลย ฝ่ายนั้นขว้างลูกง่ายๆออกไปอีกแล้ว
"ย่าห์~~"
เธอปิดตา แล้วเหวี่ยงไม้ออกไป แล้วบอลง่ายๆลูกนั้นก็ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
แล้วก็เหลืออีกครั้งเดียวก่อนที่คุณอาซาฮินะจะออก ตอนนี้ฮารุฮิเริ่มแกว่งแขนไปมาอยู่ที่เบสสามแล้ว นั่นเธอทำอะไรของเธอน่ะ?
"ดูเหมือนว่าเธอพยายามจะส่งสัญญาณนะครับ"
โคอิสุมิมาถึงและอธิบาย
"แล้วเราเคยพูดถึงเรื่องสัญญาณนั่นด้วยเรอะ?"
"ไม่หรอกครับ แต่เธออาจจะหมายถึงให้ "สควีซ" ก็ได้นะครับ" (สควีซคือการตีลูกไปในทางที่ทำให้ตัวเองต้องโดนออกแต่จะเปิดโอกาสาให้ผู้เล่นที่อยู่เบสสามทำแต้มได้ โดย StaY@EaT Fansub)
"สควีซตอนที่โดนเอ๊าท์ไป 2 คนแล้วน่ะเรอะ? ชั้นว่าพวกโค้ชห่วยๆยังคิดอะไรที่มันสร้างสรรคืกว่านี้ได้เลย"
"ผมคิดว่าคุณสุซุมิยะเชื่อว่าโอกาสที่คุณอาซาฮินะน่าจะทำแต้มให้ทีมได้แทบจะเป็น 0เธอเลยคิดจะใช้ "สควีซ"เผื่อว่าพวกอินฟิลด์(ในกรอบเบสทั้งสี่)จะพลาดไปบ้าง หรือบางที ถ้าคุณอาซาฮินะเกิดตีโดนลูกขึ้นมามันก็น่าสนใจจริงมั้ยล่ะครับ"
"แต่ชั้นว่าพวกนั้นมันคงรู้ไต๋พวกเราหมดแล้วล่ะ"
ผู้เล่นในเขตแดนทั้งหมดเข้าไปประจำตำแหน่งป้องกัน นั่นมันสัญญาณอะไรของเจ๊แกล่ะนั่น ยังกับจะบอกว่าให้ตีลูกยังนั้นละ
สุดท้าย แผน"สควีซ"ก็ล้มไม่เป็นท่า คุณอาซาฮินะคงไม่รู้หรอกว่า"สควีซ"นั่นมันเล่นยังไง เธอได้แต่เอียงคอและงงอยู่กับสัญญาณของฮารุฮิ จน"เอ๊าท์"ในที่สุด
คุณอาซาฮินะเดินคอตกกลับมาที่ม้านั่ง ท่าทางเธอเหมือนกับลูกหมาที่โดนเจ้าของเอาไปทิ้งเลย แล้วฮารุฮิก็เรียกเธอไป
"มิคุรุจัง มานี่หน่อยซิ แล้วกัดฟันให้แน่นล่ะ"
"ว้ายยย~~....."
ฮารุฮิเอามือหยิกแก้มทั้งสองข้างของคุณอาซาฮินะอย่างรุนแรง
"นี่คือการลงโทษไงล่ะ! ให้ทุกคนเห็นหน้าน่ารักๆนี่หน่อยซิ!"
"อ๊า.........อ๊า........"
"จะบ้ารึเปล่า?"
ผมเขกหัวฮารุฮิด้วยโทรโข่งของผม
"นี่มันความผิดของสัญญาณตลกๆของเธอนะ เธอลองไปขโมยโฮมดูเองสิ ยัยบ๊อง"
ในที่สุด ...
ปิ๊บๆ ปิ๊บๆ ปิ๊บๆ! โทรศัพท์ของโคอิสุมิดังขึ้น แล้วเขาก็หยิบมันขึ้นมาดู ก่อนที่จะจ้องไปที่จอ LCD บนโทรศัพท์
ดูเหมือนคุณอาซาฮินะจะตกใจกับเสียงนั่น ก่อนที่จะเอามือซ้ายแตะที่หูของเธอ แล้วมองไปที่ไหนซักแห่ง
ส่วนนางาโตะ เงยหน้าและมองไปบนท้องฟ้า
![]()
พอทุกคนจะไปประจำตำแหน่งป้องกัน โคอิสุมิก็เรียกผมไว้
"มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้นแล้วล่ะครับ"
ชั้นไม่ได้อยากรู้หรอกนะ แต่เอาเถอะ ว่ามาเลย
"ดูเหมือนมิติปิดกั้นกำลังก่อตัวขึ้นเป็นวงกว้างอย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน และกำลังขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็วด้วยครับ"
มิติปิดกั้นงั้นรึ
โลกสีเทาที่ผมคุ้นเคยนั่น ผมจะลืมมันได้ยังไงนะ น่ายินดีจริงที่บังเอิญเข้าไปติดอยู่โลกมืดๆนั่น ทำให้ผมได้มีประสบการณ์แย่ๆนั่นติดตัวไปตลอด
โคอิสุมิก็ยังยิ้มแฉ่งเหมือนเดิม
"มิติปิดกั้นที่ก่อตัวขึ้นเป็นผลมาจากความกดดันในจิตใต้สำนึกของคุณสุซุมิยะ ตอนนี้เธอกำลังอารมณ์บูด เป็นสิ่งที่อธิบายการปรากฎตัวของมิติปิดกั้นนี้ ตราบใดที่คุณวุซุมิยะยังอารมณ์ไม่ดีขึ้น มันก็จะยิ่งขยายแผ่กว้างออกไปเรื่อยๆ และเจ้า "อวตาร" ก็จะโผล่ออกมาอาละวาดอีกครั้งนั่นแหละครับ"
"..........นายกำลังจะบอกว่า ฮารุฮิอารมณ์บูดเพราะเรากำลังจะแพ้การแข่งนี่น่ะเหรอ?"
"ก็ประมาณนั้นแหละครับ"
"ให้ตายสิ ยัยนั่นนี่เหลือเกินจริงๆ"
โคอิสุมิไม่ได้พูดอะไร แต่กลับยิ้มมาที่ผม ผมเลยพูดไปว่า
"น่ารำคาญจริงๆ"
โคอิสุมิมองมาที่ผมแล้วพูดว่า
"อย่าทำเป็เหมือนว่าคุณไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้สิครับ เหตุการณ์นี้มันสำคัญมากเลยนะครับ และเราก็ต้องทำอะไรซักอย่าง พวกเราเลือกตำแหน่งกันด้วยการจับสลากใช่มั้ยล่ะครับ?"
"ใช่ แล้วยังไงล่ะ?"
"และคุณ ก็ถูกเลือกให้เป็นเบอร์สี่สินะครับ"
"ชั้นไม่ได้รู้สึกดีใจเลยสักนิด"
"คุณสุซุมิยะคงไม่สนใจหรอกครับว่าคุณจะดีใจรึเปล่า นั่นคือสิ่งที่ทำให้คุณได้เป็นเบอร์สี่ไงล่ะครับ"
"นายช่วยพูดเป็นภาษาที่ชั้นเข้าใจได้มั้ย?"
"เอาง่ายๆนะครับ เพราะนี่คือความปรารถนาของคุณสุซุมิยะ ที่ต้องการให้คุณเป็นเบอร์สี่ครับ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เธอหวังว่าคุณจะทำได้ดี แต่ตอนนี้เธอรู้สึกผิดหวังอย่างมากกับฟอร์มแย่ๆของคุณไงล่ะครับ"
"หรอ น่าเสียดายนะนั่น"
"อืมม ปัญหาอย่างเดียวตอนนี้ก็คือ ถ้าคุณสุซุมิยะยังอารมณ์บูดแบบนี้ล่ะก็ มิติปิดกั้นก็ขยายกว้างออกไปอีกครับ"
".....งั้น ชั้นต้องทำยังไงล่ะ?"
"ทำให้ดีที่สุดไงครับ ถ้าเป็นไปได้ ตีไปให้ไกลๆ หรือดีกว่านั้น ก็ทำโฮมรันเลยครับ ตีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่ลองทำโฮมรันด้วยการตีอัดสกอร์บอร์ดนั่นดูล่ะครับ?"
"อย่ามาตลกน่า ชั้นทำโฮมรันได้แค่ในเกมเท่านั้นล่ะ จะให้ชั้นตีไปได้ยังไงล่ะ?"
"พวกเราฝากความหวังไว้กับคุณแล้วล่ะครับ"
อย่ามาหวังอะไรกับชั้นเล้ย ชั้นไม่พระเจ้าหรือปีศาจนะเฟ้ย แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย
"งั้นอย่างน้อยก็พยายามอย่าให้การแข่งขันจบในเกมนี้แล้วกันครับ เพราะถ้าจบ มันก็หมายถึงอวสานของโลกด้วยล่ะครับ เพราะฉะนั้น เราต้องพยายามให้เกมนี้จบที่ไม่เกินสองแต้มเท่านั้นล่ะครับ"
เจ้าโคอิสุมิพูดแบบจริงจัง แบบที่ไม่ค่อยเหมาะกับบรรยากาศตอนนี้เท่าไหร่
ครึ่งหลังของเกมที่สามเริ่มขึ้นแล้ว ฮารุฮิก็ตรงไปที่แท่นของพิชเชอร์ในชุดเชียร์ลีดเดอร์ของเธอนั่นแหละ คุณอาซาฮินะก็อยู่ในชุดเชียร์ลีดเดอร์เหมือนกัน ตอนนี้เธออยู่ที่แดนขวา
ฮารุฮิยกแขนแล้วขว้างออกไปตรงๆเหมือนทุกครั้ง
ลูกแรกนั้นลอยไปตกลงในมือของนางาโตะพอดี แต่เธอไม่ได้สนใจลูกที่สอง มันกลิ้งจากแดนซ้ายไปยังแดนกลาง แล้วไม้สองฝ่ายนั้นก็วิ่งถึงเบสสาม ฮารุฮิขว้างลูกแรงก็จริง แต่เธอขว้างลูกตรงเกินไป ไม่ว่าใครก็ตีได้ทั้งนั้นล่ะ ตอนนี้พวกเราเสียไปแล้วสองแต้มจากรันของฝ่ายตรงข้ามกับความผิดพลาดของคุนิคิดะ ในที่สุดสถานการณ์ก็เข้าขั้นวิกฤตแล้วสิ มีตัววิ่งของฝ่ายนั้นอยู่ทั้งเบสแรงและเบสสอง อีกแค่แต้มเดียวเกมนี้ก็จบลงแล้ว และจะไม่มีใครรู้ว่าโลกจะเป็นยังไงต่อไป
แก๊ง!! บอลสีขาวนั่นลอยไปที่แดนขวา คุณอาซาฮินะอยู่ที่นั่น และตกอยู่ในความกลัว ไม่มีเวลาให้คิดแล้ว ผมวิ่งสุดชีวิตไปที่ปีกขวา ผมต้องรับลูกนั่นให้ได้!!!
ผมล้มลงและรับบอล ลุกบอลนั่นก็จอดนิ่งอยู่ในถุงมือของผม
"ย้ากกก!"
ผมรีบขว้างบอลด้วยแรงทั้งหมดที่มีไปที่ทานิงุจิที่กำลังยืนที่เบสที่สอง ตัววิ่งสองตัวนั่นกำลังจะวิ่งไปถึงแล้ว ทานิงุจิขยับอย่างรวดเร็วและทำดับเบิ้ลเพลย์(ทำให้ตัววิ่งออกทีเดียว 2 คน)ได้
เฮ้อ รอดมาจนได้สิน่า น่าหวาดเสียวจริงๆ
"ไนซ์ เพลย์!"
ผมกำลังเขินกับสีหน้าชื่นชมของคุณอาซาฮินะ ขณะที่ทานิงุจิ,คุนิคิดะ,น้องสาวผม และคุณซึรุยะ กำลังแตะหัวผมด้วยถุงมือ ผมชูสองนิ้วให้พวกนั้น และมองไปที่ฮารุฮิที่กำลังมองไปที่สกอร์บอร์ด
ผมนั่งลงบนม้านั่งก่อนที่จะเอาผ้าเช็ดตัวโปะไว้ที่หน้า โคอิสุมิตามผมมา
"เรามาต่อเรื่องเมื่อกี้กันดีกว่านะครับ"
ชั้นไม่ค่อยอยากได้ยินเท่าไหร่เลย
"จากคราวที่แล้ว ตอนที่คุณกับคูณสุซุมิยะไปติดอยู่ที่โลกนู้นน่ะ พวกคุรกลับมาได้ยังไงเหรอครับ?"
อย่าพูดถึงมันได้มั้ยเนี่ย
"บางทีถ้าเกิดคุณใช้วิธินั้นอีกครั้งมัน มันอาจจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นก็ได้นะครับ"
"ชั้นขอปฏิเสธ"
ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ โคอิสุมิหัวเราะ ตอนนี้มันเริ่มที่จะทำให้ผมหงุดหงิดแล้วสิ
"ผมกะแล้วว่าคุณต้องพูดแบบนั้นน่ะ งั้นเราก็คงต้องชนะเกมนี้ซะแล้วล่ะ ผมมีไอเดียดีๆแล้วล่ะ ตอนนี้เธอเริ่มให้ความสนใจกับพวกเราแล้วล่ะครับ"
โคอิสุมิเดินไปหานางาโตะที่ยืนอยู่ตรงเนิน แล้วหมอนั่นก็กระซิบอะไรบางอย่างกับนางาโตะ ผมของเธอดูจะสั่นเบาๆด้วยแฮะ ทันใดนั้นนางาโตะก็มองมาที่ผมด้วยสายตาไร้อารมณืเหมือนเคย
หมายความว่าเธอเห็นด้วยงั้นเหรอ? เธอพยกหน้านิดหน่อยแล้วตรงไปที่แบตเตอร์บ๊อก
ผมมองไปทางซ้ายแล้วเห็นนคุณอาซาฮินะกำลังจ้องไปที่นางาโตะ
"ในที่สุด.....คุณนางาโตะก็....."
เธอพึมพำขึ้นมา ทำให้ผมสนใจ
"เธอกำลังทำอะไรเหรอครับ?"
"ดูเหมือนว่าคุณนางาโตะกำลังท่องมนตร์อยู่น่ะค่ะ"
"ท่องมนตร์งั้นเหรอ? มันหมายถึงอะไรน่ะครับ?"
"อืมม.....เป็นข้อมูลปกปิดค่ะ"
ชั้นขอโทษค่ะ คุณอาซาฮินะก้มหัวลงเป็นเชิงขอโทษผม ไม่เป็นไรหรอกครับ ช่วยไม่ได้นี่นาที่มันเป็นข้อมูลปกปิดน่ะ เฮ้อ ดูเหมือนจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นอีกแน่ๆ
ผมนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่นางาโตะใช้มนตร์เป็นครั้งแรก.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กลับไปที่ : บทนำ: บทที่1 :ส่วนแรก: ส่วนที่2 : ส่วนที่3 :ส่วนที่4 : ส่วนที่5 : หน้าถัดไป
จบส่วนที่ 5 ครับ ส่วนหน้าก็จบแล้ว เย้ๆๆๆ ตอนนี้มีข่าวมาประชาสัมพันธ์เล็กน้อยครับ เริ่มจากนิยายเรื่องนี้ มีข่าวลือว่าแฟนๆชาวไทยจะได้อ่านกันในรูปเล่ม J-Books แล้วล่ะครับ เห็นว่าเป็นข่อมูลจากงานสัปดาห์หนังสือ ไว้ถ้ายังผมจะลองไปถามรายละเอียดมาให้อีกทีนะครับ แล้วเจอกันในส่วนสุดท้ายของการแข่งขันเบสบอลนี่นะครับ ^^
ปล.ใครเป็นคนซื้อลิขสิทธิ์มาหว่า
#1 By Kinคุง on 2007-04-06 15:18