suzumiya haruhi no taikutsu 6

posted on 07 Apr 2007 12:40 by cocorico2  in Suzumiya-Haruhi

บทที่ 1 ความเบื่อหน่ายของสุซุมิยะ ฮารุฮิ ส่วนที่ 6

กลับไปที่ :บทนำ: บทที่1 :ส่วนแรก: ส่วนที่2 : ส่วนที่3 :ส่วนที่4 : ส่วนที่5 : ส่วนที่6

มันเป็นตอนเย็นที่ร้อนมากในเดือนพฤษภา ถ้าตอนนั้นนางาโตะไม่บุกเข้ามาในห้องเรียนวันนั้น ตอนนี้ผมก็คงได้หลับอย่างเป็นสุขในสุสานแล้วล่ะ ตอนนั้นนางาโตะท่องมนตร์อะไรซักอย่างเร็วชะมัด ก่อนจะจัดการคนที่พยายามจะฆ่าผมลงได้ อ้า และเธอก็ใส่แว่นถึงแค่ตอนนั้นด้วย

แล้วคราวนี้เธอจะทำอะไรล่ะ

ตอนนี้ผมเข้าใจละ

ไม้ถูกหวดออกไป และ...โฮมรัน!

นางาโตะเหมือนแค่เหวี่ยงไม้ไปปกติ แต่มันอัดเข้ากลางบอลก่อนจะเหินไปตกลงหลังกำแพงสนาม

ผมหันไปมองเพื่อนร่วมทีมคนอื่น โคอิสุมิยังยิ้มและผงกหัวให้ผม คุณอาซาฮินะเหมือนจะชะงักไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ดูแปลกใจอะไร ขณะที่น้องผมและคุณซึรุยะร้องว่า "ว้าวว...."

ส่วนที่เหลือน่ะ อ้าปากค้าง ช็อกไปซะแล้ว แน่นอน รวมถึงฝั่งนู้นด้วย

ฮารุฮิวิ่งอย่างดีใจไปที่นางาโตะ ที่เพิ่งเดินรอบเบสทั้งหมดจนครบรอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย

"นี่มันสุดยอดไปเลยนี่! เธอไปเอาแรงมาจากไหนตั้งเยอะแยะเนี่ย"

ฮารุฮิดึงแขนนางาโตะมาเขย่า นางาโตะก็ยังทำหน้านิ่ง และปล่อยให้ฮารุฮิยินดีกับเธอไป

หลังจากนั้น นางาโตะก็เดินมาหาผมและยื่นไม้ตีให้ผม

"นี่..." เธอชี้ไปที่ไม้เบสบอลเก่าๆและพูดว่า "เพิ่มลักษณะของข้อมูลแบบพิเศษ"

"หมายถึงอะไรกันน่ะ?" ผมถาม. นางาโตะมองมาที่ผมนิดหน่อยและพูดว่า

"ระบบนำวิถี"

เธอพูดอยู่แค่นั้น และกลับไปนั่งที่ม้านั่ง แล้วหยิบหนังสือปกหนาขึ้นมา แล้วเริ่มอ่านมัน

แต้มตอนนี้อยู่ที่ 9-1 ตอนนี้อยู่ในครึ่งแรกของเกมที่ 4 มันควรที่จะเป็นเกมสุดท้าย ใช่มั้ย?

ฝ่ายตรงข้ามยังไม่ฟื้นตัวจากอาการช็อก แต่ยังโยนลูกเร็วสุดๆมาที่ผมอยู่ดีนั่นล่ะ

ตอนนี้ผมเข้าใจที่นางาโตะพูดแล้วล่ะ

"เหวออ!"

ไม้ตีนั่นขยับไปเอง ทั้งแขนและไหล่ของผมได้แต่ขยับตามมันไปด้วย แก๊ง!!

ตอนแรกผมคิดว่ามันน่าจะเฉียดๆบอลไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยคิดว่ามันจะลอยโต้ลมไปตกลงที่สนามเบสบอลอีกสนามหรอก โฮมรันอีกแล้ว

ไอ้ระบบนำวิถีนี่มันจะไม่เกินไปหน่อยเรอะ

ผมโยนไม้ที่ติดตั้งระบบนำวิถีไป และเริ่มออกวิ่ง พอผ่านเบสสอง ผมก็หันกลับไปที่ม้านั่ง เห็นฮารุฮิกำลังยกแขนไปมา พอเราสบตากัน หล่อนก็รีบหันหน้าหนี นี่เธอควรจะแสดงความยินดีกับผมเหมือนที่ทำกับคุณซึรุยะกับน้องของผมสิ ผมเห็นเจ้าทานิงุจิกับคุนิคิดะกำลังอึ้ง ขณะที่คุณอาซาฮินะกับเจ้าโคอิสุมิไม่พูดอะไร ส่วนคู่ต่อสู้เราเหมือนจะประชุมอะไรกันซักอย่าง

ผมเสียใจกับพวกนั้นจริงๆเลย ผมว่าพวกนั้นคงจะอึ้งจนทำอะไรไม่ถูกแหง

ถัดมา น้องผมเดินเซไปเซมาไปที่แบ็ตเตอร์บ๊อก เพราะหมวกที่เธอสวมมันใหญ่พอที่จะครอบหน้าเธอได้ทั้งหน้าเลย ผมจะไม่โทษน้องผมหรอกนะ ถ้าเธอจะเซล้มไปตอนตีลูกน่ะ แต่ผมพลาดไป เธอเหวี่ยงไม้ออกไป ก่อนจะตีลูกเหินข้ามรั้วออกไป หรือจะให้พูดว่า เธอทำโฮมรันได้นั่นแหละ

มันจะเพี้ยนอะไรขนาดนี้ มันน่าจะมีขอบเขตบ้างนะเนี่ย! มีอย่างที่ไหนที่เด็กป.5ตัวเล็กๆจะหวดลูกของเด็กระดับวิทยาลัยที่ขว้างมาด้วยความเร็ว 130กม./ชม.(เอ่อ ผมคิดว่าประมาณนั้นล่ะ) แล้วทำโฮมรันได้ล่ะ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด

"มหัศจรรย์สุดยอดไปเลยย!"

แต่ยังไงฮารุฮิก็ไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้วนี่นา ต่อให้มันจะเป็นเรื่องประหลาดขนาดไหนก็เถอะ เจ๊แกกำลังแกว่งแขนน้องสาวผมไปมา และยิ้มกว้างแบบสุดๆ

"นี่มันสุดยอดพรรสวรรค์เลยนะเนี่ย! เธอจะต้องเป็นนักเบสบอลอาชีพได้แน่ๆเลย!"

น้องผมปล่อยให้ฮารุฮิเขย่าหัวอย่างมีความสุข ขณะที่กำลังสนุกเต็มที่

เอ่อ แล้วผมจะพูดยังไงดี ? อืม.... เอาเป็นว่าแต้มอยู่ที่ 9-3 ละกัน

ตอนนี้ผมกลับมานั่งกุมหัวที่ม้านั่ง โฮมรันของเรายังดำเนินต่อไป แต้มตอนนี้ก็ 9-7 ละ โฮมรันเจ็ดครั้งติดกันในเกมเดียว ผมว่าเราทำลายสถิติของการแข่งนี้ไปแล้วล่ะมั้ง

หลังจากหวดลูกเสร็จ ทานิงุจิก็กลับมาที่ม้านั่ง และพูดว่า

"ชั้นจะเข้าร่วมทีมเบสบอลล่ะ ชั้นไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชั้นมีพรสวรรค์ขนาดนี้ การเข้าไปที่โคชิเอ็งคงไม่ใช่ความฝันแน่ๆ รู้สึกเหมือนไม้นั่นหวดลูกออกไปเองจริงๆ!"

ถัดจากทานิงุจิ ก็เป็นคุนิคิดะมาพูดซื่อๆ "ใช่เลยล่ะ!"

พวกนี้ดูจะตื่นเต้นกันจริงๆ ขณะที่คุณซึรุยะตบไหล่คุณอาซาฮินะที่กำลังกระวนกระวายอย่างไม่มีเหตุผล ก่อนที่คุณซึรุยะจะหัวเราะดังลั่น ผมดีใจจริงๆที่สามคนยังเป็นปกติดีอยู่นะ

"เอาล่ะ ได้เวลาโชว์ฝีมือที่แท้จริงแล้ว!" ฮารุฮิหยิบไม้ตีขึ้นมาและพูดขึ้น

ผมเริ่มเบื่อเสียงไม้ตอนหวดลูกพอๆกับตอนที่ลูกเหินลอยไปกระทบกับสกอร์บอร์ดแล้วล่ะ

ตอนนี้แต้มอยู่ที่ 9-8 จนถึงตอนนี้ ฝ่ายนั้นเปลี่ยนพิชเชอร์ไปแล้ว 3 คน ผมคิดว่าเค้าไม่ต้องการความเห็นใจจากผมหรอก แต่ผมก็เห็นใจพวกเขาไปแล้วล่ะ เฮ้อ น่าสงสารจริงๆเพื่อนเอ๋ย ...

ตอนนี้คนตีวนกลับมาอีกรอบ แน่นอนว่าคุณอาซาฮินะและนางาโตะก็ยังทำโฮมรันต่อเนื่องได้ทั้งคู่ แต้มตอนนี้ก็ 9-11 แล้วเป็นผลมาจาก โฮมรัน11ครั้งติดกัน..... ผมเริ่มคิดว่ามันน่าจะเลิกอย่างเร็วที่สุด ตั้งแต่ฝ่ายตรงข้ามเริ่มส่งสายตาแปลกๆมาที่ไม้เบสบอลของพวกเรา พวกนั้นจะรู้ถึงสิ่งผิดปกติหรือคิดว่าเป็นเวทย์มนตร์อะไรรึเปล่านะ แม้ว่ามันเป็นเรื่องปกติที่พวกนั้นจะคิดแบบนั้นก็เถอะ

ก่อนที่ผมจะส่งไม้ให้น้องผม ผมเอาไปให้นางาโตะที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงม้านั่งเงียบๆ

"พอได้แล้วล่ะ"

ผมบอก มันหาดูได้ยากมากที่จะเห็นดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของนางาโตะกะพริบหลายๆครั้งเนี่ย เธอกะพริบทุกๆสิบวินาทีเลย หรืออะไรประมาณนั้นแหละ

"เห็นด้วย"

เธอตอบ แล้ววางนิ้วเรียวๆของเธอบนไม้ที่ผมคืออยู่ ก่อนจะร่ายมนตร์อะไรซักอย่างอย่างรวดเร็ว ผมไม่ได้ยินว่าเธอกำลังพูดว่าอะไร แต่ก็นะ ถึงจะได้ยิน ผมก็ไม่เข้าใจความหมายอยู่ดีนั่นละ

หลังจากดึงมือออกจากไม้ นางาโตะไม่ได้พูดอะไรและกลับไปสู่ตำแหน่งเดิมของเธอและเปิดหนังสืออีกครั้ง เฮ้อออ...!

เมื่อน้องผม โคอิสุมิ และคุนิคิดะ ขึ้นมาหวดลูกอีกครั้ง ก็เหมือนกับว่าโฮมรันก่อนหน้านี้ไม่เคยเกิดขึ้นอย่างนั้นล่ะ พวกนั้นวืดสามครั้งติดและออกในที่สุด ในความเป็นจริง มันก็แค่การโกงที่เหนือธรรมชาตินิดๆนห่อยๆเท่านั้นเอง

ผมลืมไปเลยว่าการแข่งนี่จำกัดเวลาแค่ 90 นาที มันหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกถ้าฝ่ายจัดอยากให้แข่งจบภายในวันเดียวน่ะ เพราะงั้น จะไม่มีเกมที่ห้าในแมทช์นี้ พวกเราจะชนะในครึ่งหลังของเกมที่สี่นี้แหละ

เราจำเป็นจะต้องชนะรึไงนะ?

"แน่นอนที่สุดครับ" โคอิสุมิพูด "เพื่อนร่วมงานผมเพิ่งโทรมาขอบคุณพวกเรา ตอนนี้มิติปิดกั้นยุติการขยายตัวแล้วครับ แต่แม้ว่ามันจะหยุดโตขึ้นแล้ว แต่เจ้า"อวตาร"น่ะยังคงอยู่ครับ เพราะงั้น เราก็น่าจะจัดการให้เรื่องมันจบๆไปนะครับ แต่อย่างน้อยมันก็ดีแล้วล่ะครับที่มิติปิดกั้นหยุดการขยายตัวลงได้น่ะครับ"

ยังไงก็เถอะ ถ้าฝ่ายนั้นเริ่มมีสติกลับมาเมื่อไหร่ พวกเราก็คงจะพ่ายยับเมื่อนั้นล่ะ ผมไม่อยากจะนึกถึงอารมณ์ของยัยฮารุฮิในเวลาแบบนั้นเท่าไหร่เลย

"งั้นผมมีแผนนะครับ"

โคอิสุมิยิ้มโชว์ฟันขาว ผมว่าน่าจะลองให้หมอนี่ไปเป็นแบบโฆษณาแปรงสีฟันดูนะ และหมอนี่ก็กระซิบแผนให้ผมฟัง

"นายเอาจริงเรอะ?"

"ผมเอาจริงครับ ถ้าเราต้องเสียแต้ม เราก็ต้องทำให้มันเสียน้อยที่สุด เป็นทางเลือกเดียวที่มีครับ"

ผมเริ่มปลงออกมาอีกครั้ง - เฮ้อออออออ!

พวกเราบอกกกรรมการขอเปลี่ยนตัวผู้เล่นในสนาม นางาโตะลงไปแทนที่โคอิสุมิในตำแหน่งแคชเชอร์ โคอิสุมิไปเล่นที่แดนกลาง ส่วนผมแลกตำแหน่งกับฮารุฮิ และยืนอยู่บนแท่นของพิชเชอร์แล้ว

"....โอเค เอางั้นก็ได้ แต่ถ้าเกิดโดนตีได้ล่ะก็ นายต้องเลี้ยงข้าวเที่ยงทุกคนล่ะ จำไว้!"

เจ๊แกพูดและไปประจำตำแหน่งที่เบสสอง

นางาโตะดูงุนงงนิดหน่อย ผมกับโคอิสุมิเลยไปช่วยเธอติดเครื่องป้องกัน มันจะดีเรอะที่ให้คนที่ดูไร้อารมณ์อย่างนี้มาเป็นแคชเชอร์น่ะ?

นางาโตะเดินไปที่แท่นโฮม และคุกเข่าลง และการแข่งก็เริ่มอีกครั้ง ในช่วงเวลานอก ผมไม่ได้ฝึกโยนลูกเลย และดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งแรกที่ผมได้เป็นพิชเชอร์นะเนี่ย

เอาล่ะ แค่ขว้างออกไป แล้วดูซิว่าจะเป็นยังไง

ควับ!

บอลที่ผมขว้างออกไปเต็มแรงนั้น เข้าไปอยู่ในถุงมือของนางาโตะนิ่มๆ และก็เป็นบอลเสีย

"นี่ เอาจริงซะทีสิยะ!"

มีอยู่คนเดียวแหละที่ตะโกนได้อย่างนี้ เฮ่ย ชั้นก็เอาจริงอยู่แล้วล่ะน่า ตอนนี้ผมลองลูกโค้งดูบ้าง

ลูกที่สอง ผมหวังว่าฝ่ายนั้นจะโดนหลอกอีกครั้ง แต่ไม่มีประโยชน์ ไม้ถูกหวดตรงไปที่ลูกที่ไร้เรี่ยวแรงของผม มันจบแล้วสินะ ผมคงยังขว้างไม่ดีพอ

"สไตรค์ วัน!"

กรรมการประกาศเสียงดังลั่น คนตีลูกฝ่ายนั้นพลาดลูกนั้นไป สไตรค์อย่างช่วยไม่ได้ คนตีลุกมองไปที่ถุงมือของนางาโตะไปอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

ผมเข้าใจดีว่าเค้ารู้สึกยังไง ก็เมื่อลูกโยนของผมมันเบาและก็ต่ำซะอย่างนั้นก่อนที่จะโดนหวด แต่จะมีใครว่าสิ่งที่ได้ยินคือ

"......."

นางาโตะแค่นั่งยองๆและขยับนิ้วนิดหน่อยเพื่อคืนบอลให้ผม ผมรับลูกมา และพร้อมจะโยนอีกครั้ง

ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ผมก็โยนได้แค่ลูกตรงเท่านั้นแหละ และดูเหมือนคราวนี้จะหลุดเป้าออกไปด้วยแฮะ แต่หลังจากที่ลอยออกไปไม่กี่หลา ลูกบอลก็พุ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว ลืมเรื่องกฎความเฉื่อย กฎแรงโน้มถ่วง หรือกลศาสตร์ของไหลไปได้เลย มันพุ่งตรงไปที่ถุงมือของแคชเชอร์ทันที

พลั่ก! ร่างบางๆของนางาโตะสั่นเล็กน้อย

คนตีลูกเบิกตาขึ้น ส่วนกรรมการก็พูดอะไรไม่ออกไปซักพัก ก่อนจะประกาศเสียงดังฟังชัด

"สไตรค์ ทู!"

เอาเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้วรีบๆเล่นให้จบๆไปเถอะ

ผมพร้อมที่จะขว้างลูกอย่างเฉื่อยชาแล้ว ไม่ต้องเล็ง ไม่ต้องออกแรงใดๆทั้งสิ้น ถ้าฝ่ายนั้นไม่หวดไม้มันก็ต้องสไตรค์ แต่ถึงจะหวดไม้ พวกเค้าก็จะหวดวืดอยู่ดีนั่นล่ะ ค่าเท่ากันนั่นแหละ

นางาโตะกำลังทำอะไรบางอยู่เวลาที่ผมขว้างลูกออก แน่ล่ะ คงให้ฝ่ายนั้นรู้ไม่ได้หรอกนะ แต่ผมเข้าใจดีเลยล่ะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตผม และช่วยให้ห้องเรียนกลับคืนมาเมื่อเดือนพฤษภา การเปลี่ยนแปลงระบบข้อมูลของลูกบอลไงล่ะ

ต้องขอบคุณสิ่งนี้นะ มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนขว้างใส่พัดลมเลย รางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าวันนี้คงต้องยกให้ นางาโตะ ยูกิ

ล่าสุด ฝ่ายนั้นเพิ่งจะออกไปสองคน และคนที่สามกำลังหวดลูกที่สองหลังจากลูกแรกน่ะ สไตรค์ไปแล้ว คงไม่เป็นไรนะที่ผมจะเล่นในแบบที่ตัวเองถนัดน่ะ? ผมเสียใจด้วยจริงๆนะ คามิงาฮาร่า ไพเรทส์

เอาล่ะ ผมจะเพิ่มแรงอีกนิด ไม่มีความปราณีใดๆกับเจ้าไม้สามหน้าซีดคนนั้นแล้วล่ะ

บอลเปลี่ยนวิถีก่อนพุ่งตรงเข้าหาสไตรค์โซน ไม้สามนั่นหวดไม้เต็มที่ แล้วบอลก็เปลี่ยนวิถีอีกรอบ และพุ่งแรงขึ้นไปอีก ไม้ถูกเหวี่ยงอีกครั้ง แต่ก็ไร้ผล เอาล่ะ สไตรค์เอาท์ซะ จะได้จบๆกันซะที ...... รึเปล่าฟะ

"!"

บอลกระดอนไปที่ตาข่ายด้านหลังแคชเชอร์ บางทีลูกนั่นมันคงเบาไปมั้ง เวทย์มนตร์ของนางาโตะเลยรุนแรงอย่างนี้น่ะ มันกระแทกหลุดจากถุงมือของนางาโตะก่อนที่บอลวิเศษนั่น(ตามที่ผมคิดอะนะ) จะกระเด็นเป็นลูกฟาวล์ และกลิ้งไปข้างหลัง

อะไรมันจะรุนแรงปานนั้นน่ะ

เจ้าไม้สามนั่นอาศัยช่วงนาทีทองรีบวิ่งไปอย่างรวดเร็ว ส่วนนางาโตะแค่ขยับตัวนิดหน่อยและนั่งยองๆลงที่จุดเดิม

"นางาโตะ!!! ไปหยิบบอลมาเร็วเข้า!!"

นางาโตะดูจะไม่มีปฏิกิริยาใดๆกับคำสั่งของผม และลุกขึ้นอย่างช้าๆ แล้วไปหยิบบอลขึ้นมา ตอนนี้ไม้สามฝ่ายนั้นกำลังจะถึงเบสสองแล้ว

"โยนมาเลย เร็วเข้า!"

ฮารุฮิยืนอยู่ที่เบสสองและกำลังโบกมือไปมาอย่างรวดเร็ว

ในที่สุดนางาโตะก็หยิบบอลได้ และจับอย่างนุ่มนวลราวกับหยิบไข่ของเต่าขึ้นมา แล้วมองมาที่ผม

"ขว้างไปที่เบสสอง!"

ผมชี้ไปข้างหลัง ที่ฮารุฮิยืนตะโกนอยู่ นางาโตะผงกหัว"เบาๆ"ให้ผม และ...

ฟ้าววว! ลำแสงสีขาวผ่านหัวผมไป เฉี่ยวเส้นผมของผมไปนิดหน่อย จากนั้นผมก็เห็นถุงมือของฮารุฮิลอยขึ้นไปข้างบนพร้อมกับลูกบอลนั่น มันลอยตรงไปที่แดนกลาง ผมว่านางาโตะขยับข้อมือนิดเดียวเองนะ ตอนขว้างลูกออกไปน่ะ

พอเห็นถูกมือกระเด็นออกไปจากมือ ฮารุฮิก็เบิกตากว้างเลย เหมือนกับนายไม้สามคนนั้นล่ะ บางทีแค่ถอนหายใจคงยังแย่ไปสำหรับเค้าแล้วล่ะมั้ง เขากำลังจะถึงเบสสองพอดีเลย

โคอิสุมิที่อยุ่ตรงกลางสนามหยิบถุงมือได้และหยิบบอลออกมา แล้ววิ่งไปยิ้มไปมาแตะที่ฝ่ายนั้น พร้อมกับขอโทษหมอนั่นไปพร้อมกันด้วย

"เอ่อ ต้องขอโทษจริงๆนะครับ คือพวกเราน่ะเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างจะเหนือการคาดเดาได้น่ะครับ"

อย่าเอาชั้นไปรวมกับพวกเพี้ยนๆอย่างพวกนายสิเฟ้ย! ผมคิดก่อนที่จะถอนหายใจ

การแข่งขันจบลงแล้ว

ผู้เล่นของทีมคามิงาฮาร่า ไพเรทส์ต่างก็น้ำตาตกกันเป็นแถบเลย ผมก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรอกนะ บางทีคงกลัวที่จะโดนเล่นงานจากรุ่นพี่ที่จบไปแล้วล่ะมั้ง? หรือบางที พวกเขาแค่เสียใจที่แพ้ทีมที่จัดมั่วซั่วแถมยังเต็มไปด้วยผู้หญิงม.ปลาย แถมด้วยเด็กประถมอีกคนเนี่ย? เอ หรือว่าทั้งสองอย่างกันนะ?

ขณะที่อีกฝั่งนึง ฮารุฮิดูจะดีใจสุดๆเลย หล่อนยิ้มเหมือนกับตอนที่เพิ่งตั้งกองพัน SOS ขึ้นมาใหม่ๆ และพูดว่า

"เอาล่ะ พวกเราพร้อมแล้วใช่มั้ย เตรียมเดินทางสู่โคชิเอ็งได้เล้ยย!! การจะเป็นแชมป์ระดับประเทศไม่ใช่ความฝันแน่นอน!"

เธอตะโกนอย่างจริงจัง มีก็แต่เจ้าทานิงุจินั่นละที่เห็นดีงามไปด้วย ผมไม่อยากออกเหงื่อมากกว่านี้เท่าไหร่เลย และที่แน่ๆ พวกจัดการแข่งก็คงไม่รู้สึกอยากจะให้เรามาแข่งเหมือนกันนั่นล่ะ

"ทำได้ดีมากเลยครับ"

โคอิสุมิโผล่มาข้างๆผม "พูดกันตรงๆนะครับ เราจะทำยังไงต่อไปละครับ? เล่นเกมที่สองต่อเลยมั้ยครับ?"

ผมส่ายหัวและพุด "ถ้าเราแข่งแพ้อีกรอบ ยัยฮารุฮิก็ต้องอารมณ์เสียอีกใช่มั้ย ก็แปลว่าถ้าเราจะเอาชนะอีก ก็ต้องพึ่งเวทย์มนตร์ของนางาโตะอยู่ดี มันคงเป็นเรื่องวุ่นวายแน่ถ้ายังไม่สนใจกฏทางฟิสิกส์อะนะ เพราะงั้น พอแค่นี้เถอะ!"

"ผมก็คิดอย่างนั้นนะครับ ที่จริงแล้ว ผมควรจะไปช่วยเพื่อนๆผมกำจัดมิติปิดกั้นดีกว่า พวกเขายังต้องการคนช่วยกำจัดเจ้า"อวตาร"น่ะครับ"

"งั้นก็ทักทายเจ้ายักษ์สีฟ้านั่นให้ด้วยละกัน"

"ได้เลยครับ อย่างไรก็ตาม นี่น่าจะเป็นบทเรียนเลยนะครับ ว่าอย่าให้คุณสุซุมิยะเบื่อขึ้นมาอีกครั้งเลยนะครับ"

"ดี ชั้นก็เห็นด้วยกับนาย" แล้วโคอิสุมิก็ไปรวมกับพรรคพวกของเขา

ผมตรงไปแตะหลังฮารฮิ ที่กำลังจับคุณอาซาฮินะเต้นอย่างบ้าคลั่ง

"อะไร? นายอยากจะเต้นกับพวกเรางั้นเหรอ?"

"ชั้นมีอะไรจะบอกเธอ"

ผมดึงตัวฮารุฮิออกมาข้างนอก อย่างที่ผมไม่คิดว่าเธอจะยอมตามออกมาหรอกนะ

"ดูพวกเขาสิ" ผมชี้ไปที่ผู้เล่นของคามิงาฮาร่า ไพเรทส์ ที่กำลังนั่งจ๋อยอยู่ที่ม้านั่ง "เธอไม่สงสารพวกเค้ามั่งเหรอ?"

"ทำไมต้องสงสารล่ะ?"

"ชั้นคิดว่าเจ้าพวกนั้นน่ะต้องเสียทั้งเลือดเนื้อ และเหงื่อมากขนาดไหนเพื่อวันนี้ แล้วพวกนั้นก็ชนะเลิศมาติดกันตั้งสี่ปีแล้วด้วย ชั้นคิดว่าพวกนั้นต้องรู้สึกกดดันแน่ๆ"

"แล้วไง?"

"เจ้าพวกนั้นคงนั่งร้องไห้อยู่แน่ ดูพวกนั้นสิ ตัดชุดแข่งมาอย่างดีเลยนะนั่น ลองคิดดูสิว่าถ้าพวกนั้นต้องไปนั่งดูคนอื่นเล่นเฉยๆล่ะ นี่แหละชั้นกำลังพูดถึง เธอไม่เห็นพวกนั้นเสียใจเหรอ? พวกเค้าอาจจะไม่ได้กลับมาเล่นอีกเลยก็ได้นะ"

"แล้ว?"

"งั้นก็พอแค่นี้เถอะนะ"

ผมพูดจริงนะเนี่ย

"เธอก็สนุกมาพอแล้วนี่ใช่มั้ย? ที่จริงชั้นก็ไม่ได้อยากเล่นต่อแล้วล่ะ ชั้นว่าพวกเราไปหาอะไรกินแล้วคุยเล่นกันดีกว่ามั้ง พูดตรงๆนะ แขนขาของชั้นมันก็ล้าไปหมดแล้วล่ะ"

นี่เรื่องจริงนะ ก็ผมวิ่งไปมาทั้งสนามตลอดเวลาเลยนี่ ผมรู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจเลยล่ะ

หลังจากพูดให้ฟัง ฮารุฮิก็เบ้ปากยังกะโดนัลด์ ดั๊ก และมองมาที่ผม เอ่อ ตกลงยังไงดีล่ะแม่คุณ

"เธอโอเคมั้ย?"

ใช่ คุณอาซาฮินะและโคอิสุมิ หรือบางทีนางาโตะก็คงรู้สึกเหมือนกันล่ะ น้องผมพยายามที่จะหวดไม้ตั้งแต่เริ่มแล้วล่ะ แต่ถ้าคุณให้ขนมเธอซักหน่อย เธอก็โยนไม้นั่นทิ้งเลยล่ะ

"อืมมมม"

ฮารุฮิมองมาที่ผม แล้วก็มองไปที่สนามเบสบอล หลังจากคิดไปได้ซักพัก หรือว่าแกล้งทำเป็นคิดไปซักพัก เธอก็ยิ้มให้ผม

"ก็ได้ ที่จริงชั้นก็เริ่มหิวแล้วล่ะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่า! ชั้นก็ไม่คิดว่าเบสบอลจะสนุกอะไรนักหรอกนะ ก็พวกเราชนะกันได้ง่ายๆเลยนี่!"

แน่ใจเร้อ?

ผมก็ไม่ได้เถียงเธอหรอก แล้วก็ยักไหล่นิดหน่อย

พอผมขอสละสิทธิ์การแข่งรอบหน้าให้ กัปตันของพวกนั้นก็เข้ามาขอบคุณผมใหญ่เลย ผมรู้สึกผิดตั้งแต่พวกเราโกงเค้าแล้วล่ะ

พอผมจะเดินออกไปกัปตันนั่นก็เรียกผมไว้แล้วกระซิบว่า

"คือ เราขอซื้อไม้นั่นต่อจากพวกนายได้มั้ย?"

ในที่สุด นอกจากเจ้าโคอิสุมิ พวกเราก็มานั่งอยู่ที่ร้านอาหาร เพื่อที่จะจัดการมื้อเที่ยงของพวกเรา

น้องสาวผมติดยัยฮารฮิกับคุณอาซาฮินะไปเรียบร้อยแล้ว เธอนั่งอยู่ระหว่างทั้งสองคน ระหว่างที่กำลังกินแฮมเบอร์เกอร์(แฮมเบอร์เกอร์ของญี่ปุ่นมีลักษณะเป็นเนื้อที่สับแล้วผสมกับหัวหอมหรือผักอื่นๆ แล้วนำไปทอด มีลักษณะคล้ายๆสเต็ก - ผู้แปล) ที่หั่นตามอำเภอใจ ส่วนเจ้าทานิงุจิและคุนิคิดะกำลังถกเรื่องเข้าร่วมทีมเบสบอลอย่างจริงจัง เฮ้อ ผมว่าผมปล่อยพวกนี้ไปละกัน ส่วนคุณซึรุยะพยายามที่จะคุยกับนางาโตะ "เธอคือนางาโตะ ยูกิจังใช่มั้ย? มิคุรุพูดเรื่องเธอให้ชั้นฟังเยอะแยะเลยล่ะ" แน่นอน เธอไม่ได้ใส่ใจคุณซึรุยะเลย และก็ตั้งสมาธิอยู่กับการกินแซนด์วิชของเธอต่อไป

และในที่สุด ฮารุฮิก็ประกาศคำพูดสำคัญออกมา นั่นคือมื้อนี้ ผมต้องเป็นคนเลี้ยง ไม่รู้ว่าทำไมฮารุฮิคิดอะไรแล้วผมต้องเดือดร้อนทุกที อยากรู้จริงๆว่าสมองยัยนี่ทำงานยังไง แต่ผมก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมากมายหรอกก็มันเล่นเกิดขึ้นเกือบทุกวันนี่นา ผมประท้วงอะไรไม่ได้หรอก นั่นล่ะที่แย่เข้าไปใหญ่ แต่ก็ไม่ทั้งหมดหรอก ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนได้พักหลังจากผ่านพายุใหญ่มาเจอฟ้าหลังฝนเลย

ทั้งหมดนี้ก็เพราะว่าผมมีเงินติดกระเป๋าพิเศษปรากฏขึ้นมาอย่างลึกลับเลยล่ะ

ทั้งหมดนี้ ผมขออวยพรให้คามิงาฮาร่า ไพเรทส์

หลังจากวันนั้นไม่นาน

หลังจากเลิกเรียน พวกเราก็มารวมกันในห้องชมรมเหมือนทุกวัน และกลับเข้าสู่ชีวิตธรรมดาๆซะที เหมือนกับว่าการแข่งเบสบอลนั่นไม่เคยเกิดขึ้นยังงั้นล่ะ

ผมนั่งจิบชาเขียวของคุณอาซาฮินะ ที่ตอนนี้อยู่ในชุดสาวใช้ ชงให้ผม แล้วก็เล่นโอเทลโล่กับเจ้าโคอิสุมิ นางาโตะนั่งถัดออกไปและอ่าหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาที่เธอยืมมาจากห้องสมุด ยังกับดิกชันนารีหนาๆงั้นแหละ ยังไงก็ตาม ชุดที่คุณอาซาฮินะใส่วันนี้ ก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากเลยล่พ ผมไม่เคยคิดว่าหรอกชุดสาวใช้กับชุดพยาบาลอย่างไหนมันดีกว่ากัน ขอแค่ให้คุณอาซาฮินะใส่ก็พอแล้วล่ะ

ตอนนี้ล่ะที่ไม่มีอะไรต่างจากเมื่อก่อนเลย

และหนึ่งเดียวที่ทำลายความสงบสุขของผมเป็นประจำก็เข้ามา ไม่ใช่ใครหรอก สุซุมิยะ ฮารุฮิ หนึ่งเดียวคนนี้ล่ะ

"โทษทีที่มาสาย!"

ฮารุฮิขอโทษ แต่เสียงเธอฟังดูไม่เหมือนจะขอโทษเท่าไรเลยแฮะ ขณะที่เข้ามายังกับเล่นสกีในฤดูหนาว

รอยยิ้มกว้างติดอยู่บนหน้าของหล่อน ไม่รู้ทำไม เวลาที่ผมเห็นรอยยิ้มแบบนี้ทีไร มันมักจะทำให้ผมรู้สึกว่าเธอต้องทำให้ผมเหนื่อยทั้งกายและใจขึ้นมาทันที เฮ้อ โลกนี้เป็นอะไรไปแล้วเนี่ยย

อย่างที่ผมคิด ฮารุฮิถามเป็นนัยๆละว่า "อันไหนดีกว่ากัน?"

ผมวางหมากสีดำลงบนกระดานโอเทลโล่ และพลิกหมากของโคอิสุมิสองตัว และพูดว่า

"อันไหนอะไรของเธอกันน่ะ?"

"นี่ไง"

ผมรับกระดาษสองแผ่นที่ฮารุฮิยื่นให้มาอย่างลังเล

คงไม่ใช่พวกใบปลิวอีกหรอกนะ ผมมองอย่างรวดเร็วไปที่กระดาษสองแผ่นนั้น อันแรกประกาศเกี่ยวกับฟุตบอลในสนามหญ้า ส่วนอีกอันเป็นประกาศของอเมริกันฟุตบอล ผมขอสาปแช่งไอ้คนที่ทำใบปลิวนี่มาตอนนี้จริงๆ

"ที่จริงชั้นไม่ได้อยากแข่งเบสบอลเท่าไหร่หรอกนะ แต่อยากจะแข่งสองอันนี้มากกว่า แต่เบสบอลมันดันแข่งก่อนน่ะสิ เพราะฉะนั้น เคียวน์ นายว่าอันไหนดีกว่ากัน?"

ด้วยความห่อเหี่ยว ผมมองไปรอบๆห้อง โคอิสุมิทำหน้าเหยเกเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับไปสนใจโอเทลโล่ต่อ คุณอาซาฮินะก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ส่วนนางาโตะก็สนใจหนังสือ และเปลี่ยนหน้าหนังสือเท่านั้น

"ดีล่ะ เราต้องใช้คนเท่าไหร่ในการเล่นฟุตบอลหรืออเมริกันฟุตบอลนะ? นายคิดว่าคนในทีมเบสบอลตอนนั้นพอมั้ย?"

ผมมองไปที่ฮารุฮิที่ยิ้มกว้าง แล้วบอกว่า "ไปหาไอ้ที่คนเล่นน้อยๆเล่นเถอะ ไป!"

------------------------------------------------------------------------------------------------------

จบซักทีกับบทนี้ ยาวจริงๆเลย ส่วนบทที่สองของเล่มนี้ บล็อกของจ่ากบได้แปลไว้แล้ว เพราะฉะนั้นผมจะกลับมาแปลอีกทีในเล่มต่อไปเลยนะครับ และจบจากบทนี้ ผมจะพักการแปลนิยายนี่ไปซัก 4-5 วันนะครับ เพราะจะไปทำ Photoshop โปรเจ็คท์การ์ดบัคดิโอ้ทำเอง ไว้พอผมทำเสร็จจะเอามาโพสลงบล็อกด้วย ที่จริงนิยายนี้น่าจะเสร็จตั้งนานแล้ว แต่ผมดันเผลอปิดไปโดยที่ไม่ได้เซฟ เศร้าเลย T^T เอาเป็นว่าถ้ามีข่าวคราวอะไรผมจะมาอัพให้เรื่อยๆนะครับ แล้วก็ อ่านจบแล้วช่วยกันคอมเม้นท์หน่อยนะครับ ผมจะได้รู้ว่าผมยังต้องแก้ไขอะไรบ้าง วันนี้ลาล่ะคร้าบบ

ปล. บล็อกจ่ากบจ้าบทที่2ของเล่มนี้ชื่อตอนว่า Bamboo Leaf Rhapsody นะครับ

Credit : Eng Ver. By Baka-Tsuki

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านจบแล้ว เย้! เก่งจริงๆเลยเราให้ตายสิ

/คนแปลก็เก่งน้า~

#1 By ~tunareeht~ on 2007-04-09 23:25

เหอๆ อ่านกันตาลายไปเลยเน้อ ไว้จะรอดู project ใหม่น้า อิอิ

#2 By Kinคุง on 2007-04-10 20:18

เพิ่งได้มาอ่านละน้อ ถ้าไม่รังเกียจอะไรขอลิงค์ไปแปะที่อื่นๆได้ไหม (ว่าถ้าบอร์ด ฮารุฮิ กลับมาแล้วจะเอาไปแปะเพิ่มนะ แต่ก็นั่นละ เมื่อไรจะทำเสร็จละเนี่ย )

#3 By zoung on 2007-04-12 22:05

งุงิ แพร่ได้เต็มที่ครับท่านซวง ^^
ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านจนจบกันนะครับ

#4 By Set-Kung on 2007-04-14 13:51