Suzumiya Haruhi no Shoshitsu -1-5

posted on 23 May 2007 21:43 by cocorico2  in Suzumiya-Haruhi

การหายตัวไปของสุซุมิยะ ฮารุฮิ บทที่ 1 ส่วนที่ 5

เธอนำเก้าอี้มาไว้หน้าคอมอย่างงุ่มง่าม, เปิดเครื่องขึ้นมา และนั่งลง

เวลาที่ใช้ในการบู๊ทคอมเครื่องนี้นานพอๆกับเวลาที่จะทำให้กาแฟร้อนๆ เย็นพอที่จะให้แมวกินได้ หลังจากเสียงที่เหมือนกระรอกกำลังแทะรากไม้หยุดลง นางาโตะขยับเมาส์อย่างรวดเร็ว ผมว่าคงจะพยายามย้ายหรือลบไฟล์บางอย่าง บางทีคงมีอะไรบางอย่าที่เธอคงไม่อยากให้ใครเห็น ผมเข้าใจความรู้สึกเธอดี ผมเองก็ไม่อยากให้ใครมาเห็นโลเดอร์ "MIKURU" เหมือนกันล่ะ

"เอาล่ะ ได้แล้ว"

เสียงเล็กๆของนางาโตะดังขึ้นโดยที่เธอไม่ได้มองมาที่ผมเลย และเธอก็ไปยืนคุมอยู่ที่กำแพง

"ขอโทษที่สร้างปัญหานะ"

แล้วผมก็นั่งลง พร้อมกับเปิดหน้าจออย่างรวดเร็ว และใช้เทคนิคทั้งหมดที่ผมมีเพื่อจะหาโฟลเดอร์ MIKURU และก็ไฟล์ของเว็บไซต์กองพัน SOS ความรู้สึกที่ว่ามันไร้ประโยชน์เริ่มกดลงบนไหล่ผม

"...ไม่อยู่"

แม้ว่าผมจะทำทุกทางแล้ว แต่ผมก็ไม่เจออะไรเลย ไม่มีสิ่งที่ยืนยันการมีตัวตนของฮารุฮิเลย

ผมสงสัยข้อมูลที่นางาโตะซ่อนไว้เมื่อซักครู่ แต่ผมรู้สึกถึงสายตาที่จ้องตรวจสอบผมอยู่ข้างหลัง บรรยากาศเหมือนเธอพยายามจะดึงปลั๊กไฟออกทันทีที่ข้อมูลที่ไม่-ต้อง-การ-เปิด-เผยถูกค้นพบ

ผมยืนขึ้นมา

บางทีคอมคงจะไม่มีอะไรซ่อนไว้ ที่ผมอยากเห็นไม่ใช่แค่รูปของคุณอาซาฮินะหรือไซต์ของกองพัน SOS ผมยังหวังว่าจะได้เห็นข้อความบอกใบ้จากนางาโตะ เหมือนเมื่อตอนที่หลุดเข้าไปอยู่ในมิติปิดกั้นกับฮารุฮิ ความหวังผมถูกทำลายหมดสิ้น

"ขอโทษที่รบกวนนะ"

ผมขอโทษนางาโตะด้วยเสียงที่เหนื่อยอ่อน และเดินไปที่ประตู ผมจะกลับบ้าน และผมจะเข้านอนทันที

แล้วสิ่งที่น่าแปลกใจก็เกิดขึ้น

"รอเดี๋ยว"

นางาโตะดึงกระดาษหยาบๆออกมาจากชั้นวางหนังสือ และมายืนหน้าผมอย่างลังเล เธอพูดขณะที่สายตาจับจ้องอยู่ที่เนคไทของผม

"ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็...."

เธอยื่นมือออกมา

"เอานี่ไปสิ"

กระดาษที่ผมได้รับคือใบสมัครเข้าชมรม

เอาล่ะ

อย่างน้อยผมควรจะขอบคุณที่ผมได้เผชิญหน้ากับเรื่องเพี้ยนๆพวกนี้ ไม่งั้นล่ะก็ ผมควรจะไปหาทนายได้แล้วล่ะ

สถานการณ์แบบนี้อะ ถ้าไม่ใช่ว่าผมเป็นบ้ากว่าคนบ้า ก็คงเป็นเพราะโลกมันเพี้ยนไปหมดแน่ๆ แต่ตอนนี้ผมคงจะข้ามเส้นที่ยังคงความเป็นไปได้ไว้มาแล้ว ผมจะเป็นคนที่มีสติพอจะเผชิญพวกมันเสมอ และผมก็ยอมรับว่าตัวเองคนจะเป็นยิ่งกว่าคนที่คอยบรรยายทุกสิ่งที่เกิดขึ้นภายใต้ดวงอาทิตย์นี่ เฮ้ ผมเสนอความเห็นให้โลกเพี้ยนๆนี้ได้นะ อย่างเช่น 'ทำไมต้องเป็นงี้ด้วยฟะ?' เป็นไง เจ๋งมะ?

"..."

ผมเริ่มเงียบแบบนางาโตะ จริงแล้วๆผมก็เริ่มหนาวๆขึ้นมานิดหน่อยละ ก็นะ ความกล้าปลอมๆเนี่ยมันก็ต้องมีขีดจำกัดบ้างล่ะน่า

นางาโตะกลายเป็นสาวน้อยหนอนหนังสือ คุณอาซาฮินะก็กลายเป็นรุ่นพี่ที่ไม่รู้จัก โคอิสุมิไม่เคยย้ายมาที่โรงเรียนเขตเหนือ บางอาจจะยังเรียนอยู่ที่ไหนซักแห่ง

โลกนี้มันอะไรกันละเนี่ย?

นี่มันหมายความว่าผมกลับมาที่จุดเริ่ม? ถ้าเป็นงั้น เพื่ออะไรล่ะ? ถ้าจะเริ่มใหม่จริงๆ มันก็น่าจะไปเริ่มตั้งแต่แรกสิ... หมายถึงว่าให้ย้อนกลับไปวันแรกของชีวิตเด็กม.ปลายสิ? ผมไม่รู้ว่าใครเป็นคนกดปุ่มรีเซ็ตหรอก แต่ย้อนแค่สภาพแวดล้อมภายนอกแต่ลืมย้อนช่วงเวลาด้วยเนี่ย มันน่าสับสนจะตาย คุณก็รู้! ดูผมตอนนี้สิ, งงและสับสนโดยสิ้นเชิง ผมเคยคิดว่าเรื่องแบบนี้มันสำหรับคุณอาซาฮินะคนเดียวไม่ใช่เรอะ!

และตอนนี้ยัยเด็กผู้หญิงอีกคนนั่นหายไปไหน? ยัยงี่เง่านั่นกำลังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายขณะที่ผมต้องเผชิญความหนาวเหน็บที่นี่นะเหรอ?

ฮารุฮิอยู่ไหน?

เธออยู่ไหนกันแน่?

โผล่หน้าออกมาได้แล้ว! แค่หลอกให้กลัวกันรึไง?

"...เวง ทำไมชั้นต้องตามหาเธอด้วยล่ะเนี่ย?"

หรือว่า เธอไม่เคยอยู่ที่นี่เลยเหรอ ฮารุฮิ?

หยุดเล่นตลกซะทีน่า? ชั้นไม่รู้ว่าทำไมชั้นต้องมาคิดเรื่องพรรค์นี้ แต่เรื่องนี้มันจะไปต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีเธอนะเฟ้ย! มันไม่มีเหตุผลเลยนี่นาที่จะโยนเอาความรู้สึกเศร้าของเธอมาที่ชั้นเนี่ย! เธอเป็นอะไรกันแน่?

ด้วยภาพลักษณ์ของคนงานที่ต้องคอยแบกหินยักษ์ ขึ้นทางชันเพื่อไปสร้างสุสานยักษ์ , ผมได้มองขึ้นไปบนฟ้าจากระเบียง

ใบสมัครชมรมดังกรอบแกรบอยู่ในกระเป๋าเสื้อผม

พอผมมาถึงห้องนอน ก็มีเจ้าชามิเซ็นกับน้องผมอยู่ในห้องแล้ว น้องผมหัวเราะอย่างไร้เดียงสาและหยิบลูกบอลไหมพรมมาเล่นกับเจ้าชามิเซ็น พอน้องผมเอาไม้เขี่ยหัวเจ้าชามิเซ็น มันก็ดูจะไม่พอใจ และบางครั้งก็ยกอุ้งเท้ามารับการโจมตีจาน้องผม

"อ้า, ยินดีต้อนรับกลับมาจ้า~~"

น้องผมมองหน้าผมพร้อมรอยยิ้ม

"อาหารเย็นเสร็จแล้วน้า ข้าวเย็นนะจ๊า~~ ชามี่~~~"

เจ้าชามิเซ็นยกหัวมันขึ้นมา ก่อนจะหาวยาวๆ และพยายามดิ้นรนจากน้องผมอย่างเกียจคร้าน

อ่า นี่คงเป็นความหวังสุดท้ายแล้วสินะ

"เฮ้"

ผมจะไม้แหย่แมว และตีไปที่หน้าผากน้องผมเบาๆ

"เธอจำฮารุฮิได้มั้ย? คุณอาซาฮินะล่ะ? นางาโตะ? โคอิสุมิ? พวกเราไม่ได้เล่นเบสบอลด้วยกันหรือไปถ่ายหนังด้วยกันเหรอ"

"อะไรอ่า~ เคียวน์คุง? ม่ายเห็นเข้าใจเลยยย~~~"

และผมก็อุ้มเจ้าชามิเซ็นขึ้นมา

"แมวตัวนี้มาอยู่ที่บ้านเราเมื่อไหร่? แล้วใครเอามาที่นี่?"

ตาของน้องผมใกล้จะหมุนเป็นวงแล้ว

"อืมมม... เดือนที่แล้วไง พี่เอามันกลับมานี่นา ไม่ใช่เหรอเคียวน์คุง? จำได้มั้น? พี่ได้มาจากเพื่อนที่ย้ายออกไปไม่ใช่เหรอ ชามี่~~?"

น้องสาวผมคว้าเจ้าแมวสามสีนี่ไปกอดแล้วถูกับหน้าอีกรอบ ชามิเซ็นที่ทำท่าเหมือนจะมองมาที่ผมเหมือนจะบอกว่า ยอม-แพ้-แล้ว

"เอามานี่ก่อน"

ผมดึงแมวกลับมา หนวดของชามิเซ็นกำลังกระดิก เหมือนจะบอกว่ามันไม่พอใจที่ทำกับมันแบบนี้ เอาน่า เดี๋ยวชั้นจะให้อาหารแห้งเป็นรางวัลน่า

"พี่มีอะไรจะพูดกับมันหน่อย แค่สองคน(ตัว) เพราะงั้น ออกไปจากห้องพี่ได้แล้ว!"

"เฮ้ หนูก็อยากจะพูดกับมันมั่งอะ ขี้โกงนี่นา เคียวน์คุง! เอ๋... พี่จะพูดกับชามี่เหรอ? เอ๋? จริงดิ?"

ผมอุ้มน้องสาวผมไปปล่อยไว้นอกห้องโดยที่ไม่ตอบอะไร "ห้ามเปิดประตูเด็ดขาด! ไม่มีข้อแม้!" ผมปิดประตูหลังจากออกอาการกราดเกรี้ยวออกไป

"แม่ค๊า~~ เคียวน์คุงสมองเพี้ยนไปแล้ว!"

น้องสาวพูดไปพร้อมๆกับเดินลงข้างล่างไป

"เอาล่ะ ชามิเซ็น"

ผมนั่งขัดสมาธิ และเริ่มพูดคุยกับแมวสามสีที่กำลังนั่งอยู่บนพื้น

"โอเค ชั้นเคยบอกให้แกหยุดพูดเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ ตรงกันข้าม ชั้นจะสบายใจกว่ามากถ้าแกพูดออกมานะ เอาล่ะชามิเซ็น พูดอะไรก็ได้ หลักปรัชญา, หลักธรรมชาติ, ตามใจแกเลย แม้ว่ามันจะเข้าใจยากไปหน่อยก็เหอะ พูดออกมาเลย!"

ชามิเซ็นมองมาที่ผมด้วยสีหน้าเบื่อๆ น่าเบื่อพอๆกับก้นของมัน และมันก็เริ่มเลียอุ้งเท้าของมัน

"... แกเข้าใจที่ชั้นพูดมั้ย? แกจะหมายความว่าแกพูดไม่ได้ แต่แกเข้าใจที่ชั้นพูดเหรอ? เลียอุ้งขวาถ้าแกเข้าใจ ไม่ก็ข้างซ้ายถ้าแกไม่เข้าใจ?"

ผมพยายามจะเอามือไปเขี่ยจมูกมัน มันดมมือผมอยู่พักนึง ก่อนจะกลับไปเลียอุ้งเท้าของมันต่อ ไม่มีคำพูดอะไร หรือท่าทางที่บอกว่าเข้าใจอะไร

ปกติดี ผมว่านะ

แมวตัวนี้พูดได้เฉพาะตอนที่เราถ่ายหนังกัน และก็เป็นช่วงสั้นๆด้วย เวลาเดียวกับที่เราหยุดถ่ายพอดี และมันก็กลายเป็นแมวธรรมดา แมวธรรมดาที่หาได้ทั่วไป และก็แสดงท่าทางแค่กิน นอน หรือเล่นแค่นั้น

ผมรู้ได้อย่างนึงละ ไม่มีแมวตัวไหนในโลกนี้พูดได้

"ผิดปกติหรือไง?"

หมดหวัง ผมนอนราบลงกับพื้นและยืดแขนขาผมออกไป แมวไม่พูด ก็คือช่วงเวลาที่แปลกประหลาดตอนที่ชามิเซ็นมันเริ่มเปิดปากพูดไม่ใช่หรือไง?

ผมล่ะอยากจะเป็นแค่แมวจริงๆ ผมจะได้ไม่ต้องมาคิดอะไรเลย และก็อยู่ไปตามสัญชาตญาณ

ผมผละจากตำแหน่งนั้น เมื่อน้องผมเข้ามาบอกว่าข้าวเย็นเสร็จแล้ว

-------------------------------------------------------------------------------------

เย้ จบบทแรกแว้ววว เป็นเล่มที่น่าสนใจดีจริงๆเลยน้อ หวังว่าทุกคนคงจะสนุกเหมือนผมใช่มะ ใช่มะ~~ อิอิ

ช่วงนี้เปิดเทอมแล้วก็จริง แต่พยายามขอแม่ว่าจะเข้ามาแปลนิยายให้ทุกท่านได้อ่านกันทุกวัน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้จริงมั้ย =w= เพราะงั้นผมเลยพยายามทำให้เร็วที่สุด หลังจากที่เคยดองไปพักใหญ่ๆ

ตอนนี้ผมเองก็เริ่มอ่านบทที่ 2 ล่วงหน้าไปเยอะแล้ว ยังมีอะไรที่น่าสนใจอีกมาก และคาดว่าคงจะเปิดตอนใหม่ในวันอาทิตย์น้อ ดังนั้น ช่วงที่หายไปก็ขออภัยนะงับ

และก็ จะขอโทษพร้อมกับรูปน่าร้ากกกกกกกกกกกกของฮารุจังที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ที่ออกมาพร้อมกับข่าวการเลื่อนนิยายฮารุฮิเล่ม 10 ที่หลายๆคนคงจะทราบกันดีแล้ว ยังไงที่นั่นเลื่อน ในไทยก็ยังไม่ได้อ่านอยู่ดีจริงมะ??

ขอโทษนะค้า

ยังไงก็จะเชียร์ให้ j-book ได้ลิขสิทธิ์เร็วๆน้อ

สุดท้ายก็คือข่าวกาจาปองตัวใหม่ของฮารุฮิ คราวนี้ Kodokawa ทำเองเลยทีเดียว แต่ราคานั้นก็แพงตามไปด้วย จาก 200 เยนเป็น 785 เยน จะเป็นยังไงนั้น ไปดูรูปกันเล้ย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ ^^ (รูปจาก cartoon.co.th งับ ดูข่าวเต็มๆที่รูปได้เลย)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เง้อ อยากให้เข้ามาไทยไวๆ จัง เราก็บ้า ฮารุฮิ เหมือนกันอะนะ

มาเรวๆเห๊อะ อยากได้ อิอิ
ชอบรูปที่เลื่อนวันจำหน่ายอ่ะ- -.
โคเมนเน๊ะ
อิอิเราก้อชอบแถมเต้นท่าฮารูอิได้ด้วยล่ะ
เจ๋งป่าวววววววววววว
double wink confused smile sad smile cry

#3 By haruhi (61.7.154.250) on 2008-01-11 12:14

ขอบคุณที่แปลให้อ่านจ้า สนุกหลายๆเลย ^0^

#4 By kanalove (203.113.34.10) on 2008-01-18 11:19