suzumiya haruhi no shoshitsu -2-1 อีกครั้ง
posted on 11 Jun 2007 20:27 by cocorico2 in Suzumiya-Haruhiการหายตัวไปของสุซุมิยะ ฮารุฮิ บทที่ 2 ส่วนที่ 1 Return!
จบวันที่ 18 ธันวาในสภาพที่เหมือนกับติดหนึบอยู่ในขวดกาว และก็ได้เวลาเริ่มต้นวันใหม่
19 ธันวาคม
จากวันนี้เป็นต้นไปเราจะเรียนน้อยลงกว่าปกติ ที่จริงควรจะน้อยลงได้นานแล้วละ แต่รร.ผมเจอรร.คู่แข่งกดดันเรื่องผลการทดสอบระดับชาติ ผอ.เลยแทบควันออกหูและพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษาของสถาบันให้ดีขึ้น หลังจากนั้น อดีตก็ไม่ได้เปลี่ยนไป หรือก็คือ แทบไม่ช่วยอะไรอยู่ดี
โรงเรียนเขตเหนือไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปเลย แต่ทุกอย่างรอบๆตัวผมและกองพัน SOS กลับเปลี่ยนไป ผมไปโรงเรียน และพยายามมองหาการขาดเรียนของคนอื่นแบบไม่ได้เจาะจงอะไร เจ้าทานิงุจิคงจะร้อนถึง 40 องศาแล้ว เมื่อผมไม่เห็นหมอนั่นในห้องม.4/5
และวันนี้ อาซาคุระก็ยังนั่งอยู่ข้างหลังผมแทนที่ฮารุฮิ
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ เธอตื่นดีรึยังล่ะวันนี้? ถ้าเป็นงั้นคงจะดีนะ"
"เดี๋ยวก็รู้น่ะ"
ผมวางกระเป๋าบนโต๊ะด้วยสีหน้าเฉยๆ อาซาคุระเอามือมาเท้าคางไว้
"แต่ว่าแค่เธอลืมตาอยู่ก็ยังไม่ได้หมายความว่าเธอจะตื่นอยู่ การที่จะเข้าใจสถานการณ์ที่เป็นอยู่คงต้องเริ่มจากการจำเหตุการณ์จากสายตา เธอเป็นไงมั่งล่ะ? พอจะเข้าใจสถานการณ์บ้างยัง?"
"อาซาคุระ"
ผมเอนตัวไปข้างหน้าและจ้องไปที่อาซาคุระ
"บอกชั้นอีกอย่าง: เธอจำอะไรไม่ได้เลย หรือเธอแค่เล่นตลก? เธอไม่ได้พยายามจะฆ่าชั้นก่อนหน้านี้งั้นเหรอ?"
ใบหน้าของอาซาคุระดูเศร้าลงทันที และมองมาด้วยความอดกลั้น
"...ดูเหมือนว่าเธอยังไม่ตื่นสินะ นี่คือคำแนะนำของชั้น: ไปหาหมอซะ! ไปก่อนที่มันจะสายไป!"
เธอปิดปากลง และหันไปคุยกับคนแนโดยที่ไม่สนใจผม
ผมมองกลับไปข้างหน้าอีกครั้ง กอดอก และมองตรงไปในอากาศ
ปล่อยไปงี้แหละ (แล้วเจ้าเคียวน์ มันก็เริ่ม พล่ามอีกแล้ว...)
มาเล่าเรื่องกันดีกว่า ที่แห่งหนึ่ง มีคนที่โชคร้ายสุดๆ โชคร้ายไปทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นรูปธรรมหรือนามธรรม คนๆนี้มีตัวตนอยู่ในคราวเคราะห์ และองค์เจ้าชายสิทธัตถะผู้ตรัสรู้ชอบได้ด้วยพระองค์เอง เกิดไม่เหลียวแลคนๆนี้ เขา(หรืออาจจะเป็น "เธอ" แต่ผมขอใช้ว่าเขาเพื่อเลี่ยงปัญหาละกัน) กำลังตกอยู่ภวังค์ฝันพร้อมๆกับทรมานไปกับความโชคร้ายของตน และวันรุ่งขึ้น เมื่อเขาตื่นขึ้นมา โลกก็กลับแปรเปลี่ยนเป็นหลังมือโดยสมบูรณ์ กลายเป็นโลกที่มหัศจรรยืเกินจะบรรยาย ที่ไม่มีคำใดจะอธิบายได้ดีกว่าคำว่า "ยูโทเปีย" อีกแล้ว ในโลกนี้ ความโชคร้ายของเขาได้ถูกปัดพ้นไป และทั้งร่างกายและวิญญาณของเขาถูกเติมเต็มด้วยโชคในทุกอณู ไม่มีเคราะห์ใดๆที่จะตกถึงไหล่เขาอีก และเขาจะต้องถูกใครบางคนดึงจากนรกขึ้นมาในคืนเดียว
แน่นอน คนๆนี้ไม่ได้เล่นบทนั้นแน่ๆ เขาถูกใครบางคนที่เขาไม่รู้จักดึงออกมา และไม่รู้ถึงเป้าหมายที่แท้จริงของใครคนนั้น ไม่มีใครรู้ว่าทำไมต้องเป็นคนๆนี้ บางทีสวรรค์เท่านั้นที่รู้
แล้ว สถานการณ์แบบนี้ คนๆนั้นควรจะดีใจมั้ย? พอเปลี่ยนโลก เคราะห์ทั้งหลายก็หายไป (แปลมาตั้งยาว เพิ่งเข้าใจว่า เคราะห์ที่เจ้าเคียวน์มันพล่ามอยู่ คือฮารุฮิและกองพัน SOS =w=)อย่างไรก็ตาม โลกนี้ต่างไปจากที่เขารู้นิดหน่อย และเรื่องที่น่าพิศวงที่สุดคือ ใครเป็นเบื้องหลังของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้
สถานการณ์แบบนี้ ด้วยการวิเคราะห์ที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ ใครเป็นคนที่คนๆนี้ควรจะขอบคุณมากที่สุด?
คำพูดข้างบนนั่น คนๆนี้ไม่ใช่ผม มันต่างกันเกินไป
ก็นะ... ผมว่าบทอุปมาอุปไมยด้านบนนั่นดูแย่เกินไปสำหรับผม ผมก็ไม่ได้โชคร้ายสุดๆมาตลอดจนถึงเมื่อวานนี้ และตอนนี้ ผมก้ไม่ใช่คนที่โชคดีที่สุดด้วย
ยังไงก็ตาม ถ้ามองข้ามปัญหาใหญ่ข้อนี้ไปแล้ว บทพล่ามข้างบนนั่นก็ใกล้เคียง แม้จะไม่ค่อยตรงประเด็นเท่าไหร่ ประสาทของผมถูกรัวด้วยเรื่องแปลกๆที่อยู่รอบๆยัยฮารุฮิมาตลอด และตอนนี้นิทานนั่นก็ไม่เป็นประเด็นสำหรับผม
ยังไงก็ตาม--
ที่นี่ ไม่มีฮารุฮิ ไม่มีโคอิสุมิ นางาโตะกับอาซาฮินะก็เป็นแค่คนธรรมดา และเรื่องทั้งหมดของกองพัน SOS ก็ถูกลบไปโดยสมบูรณ์ ไม่มีเอเลี่ยน ไม่มีนักท่องเวลา ไม่มีเอสเปอร์ ยิ่งไปกว่านั้น แมวก็พูดไม่ได้ นี่เป็นแค่โลกที่สุดแสนจะธรรมดา
แล้วมันเป็นยังไงมั่งล่ะ?
โลกไหนที่เหมาะกับผมมากกว่ากัน? โลกไหนที่จะทำให้ผมดีใจได้? โลกก่อนหน้านี้ หรือโลกนี้?
ตอนนี้ผมมีความสุขมั้ย?
------------------------------------------------------------------------------
หลังเลิกเรียน ขาของผมก็ตรงไปที่ห้องชมรมวรรณกรรมโดยอัตโนมัติ นี่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ปกติ -- ร่างกายเคลื่อนไปโดยที่สมองยังไม่ได้สั่งการ มักจะเป็นเวลาที่ทำอะไรเป็นประจำทุกวัน เหมือนกับสิ่งที่คุณทำประจำตอนอาบน้ำ ไม่จำเป็นต้องคิดว่าเราต้องขัดตัวยังไง แต่หลายครั้งที่มันก็เกิดขึ้นตลอดเวลา
ทุกวันหลังจากที่ผมเลิกเรียน ผมก็จะตรงไปที่กองพัน SOS ดื่มชาของคุณอาซาฮินะ แล้วก็นั่งเล่นเกมกับโคอิสุมิระหว่างที่ฟังคำพูดไร้สาระของฮารุฮิ ถึงมันจะเป็นพฤติกรรมที่แย่ไปนิด แต่ผมก็พบว่าผมชินซะแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่แย่แค่ไหนก็ตาม
ดังนั้น วันนี้จะต่างไปจากเดิมนิดหน่อยแน่
"แล้วชั้นจะทำไงกับเจ้านี่ดี?"
ผมมองไปที่ใบสมัครว่างเปล่าขณะที่เดินอยู่ นางาโตะให้เจ้านี่กับผมเมื่อวานนี้ บางทีเหมือนจะบอกเป็นนัยว่าให้ผมสมัครเข้าชมรมวรรณกรรม แต่ผมไม่เข้าใจ ทำไมเธอถึงชวนผม? เพราะว่าชมรมวรรณกรรมไม่มีสมาชิกเลย และกำลังจะถูกยุบงั้นเหรอ? แต่ดูเหมือนเป็นความกล้าอย่างมากของเธอที่ชวนผม ที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ และจู่โจมเธอ บางทีแม้ว่าโลกจะเพี้ยนไปแค่ไหน นางาโตะเท่านั้นที่ไม่เคยเปลี่ยนพื้นฐานการตัดสินใจของเธอ
"อ้า!"
พอผมเดินตรงไปที่ห้องชมรม ผมสวนกับคู่ของคุณอาซาฮินะและคุณซึรุยะ คุณอาซาฮินะก็ถอยหลังหนีเมื่อเห็นผม และพยายามหลบอยู่หลังคุณซึรุยะ ผมรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทันทีที่เห็นรุ่นพี่ทั้งสองมองมาที่ผม ได้โปรดน่า เอาวันเก่าๆกลับมาทีเถ้อะ ผมอยากจะอยู่กับหวานใจของผมอีกครั้ง!
ผมเคาะประตู และฟังเสียงเงียบที่ตอบกลับมา แล้วผมก็ทำได้แค่เปิดประตู
นางาโตะจ้องมาที่ผมชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับไปสนใจหนังสืออีกรอบ ท่าทางเหมือนเธอจะยินดีที่ผมกลับมาที่นี่นะ
"คงไม่เป็นไรที่ผมจะกลับมาที่นี่อีกนะ?"
ศีรษะเล็กๆของเธอสั่นเบาๆ แต่สายตาเธอก็ยังคงจ้องไปที่หนังสือที่กางอยู่ตรงหน้าเธอ และก็ไม่ได้แหงนหน้าขึ้นมาแม้แต่น้อย
ผมวางกระเป๋าลง และกวาดสายตามองหาสิ่งที่ผมควรจะทำต่อไป ยังไงก็ตาม มันไม่มีอะไรที่บอกใบ้ผมเลย ไม่มีจุดใบ้เล้กๆที่พอจะให้ผมเดาทางต่อได้ ไม่มีทางเลือกนอกจากจะสนใจไปที่ชั้นวางหนังสือ
ทุกชั้นเต็มไปด้วยกองหนังสือทุกขนาด มีพวกปกแข็งมากกว่าพวกปกอ่อนหรือพวกนิยายอีก คงจะเป้นสิ่งที่บ่งบอกตัวนางาโตะได้อย่างดีเลยว่า รักการอ่านแค่ไหน
เงียบ....
ผมควรจะชินกับความเงียบของนางาโตะแล้ว แต่วันนี้มันดูเงียบเกินไปจริงๆ ผมคงสติแตกไปอีกแน่ถ้าผมไม่พูดอะไรขึ้นมา
"หนังสือพวกนี้ของเธอหมดเลยเหรอ?"
การตอบสนองขึ้นมาอย่างฉับพลัน
"บางอย่างมีมาก่อนที่ชั้นจะเข้ามา"
นางาโตะโชว์หนังสือที่เธอกำลังอ่านอยู่ให้ผมดู
"นี่ยืมมาจาก ห้องสมุดสาธารณะ"
บนปกมีบาร์โค้ดที่แปะอยุ่ หมายถึงว่ามันเป็นของห้องสมุดสาธารณะ แสงจากหลอดไฟสะท้อนปกและสะท้อนไปที่นางาโตะแปปนึง
จบบทสนทนา นางาโตะกลับไปอ่านหนังสือต่อเงียบๆ และผมก็เริ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้
ผมพยายามสุ่มหัวข้อใหม่ขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบที่แสนจะอึดอัดนี่
"เธอเขียนบทความเองบ้างไหม?"
หลังจากเงียบไปซักพัก
"ชั้นเพิ่งจะอ่าน"
สายตาเธอจ้องไปที่คอมพิวเตอร์แปปนึงหลังจากพยายามซ่อนสายตาไว้หลังเลนส์ แต่นั่นไม่พ้นสายตาผมหรอก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนางาโตะถึงต้องทำอะไรบางอย่างกับคอมฯก่อนที่จะให้ผมใช้ ผมอยากจะขออ่านเรื่องที่นางาโตะเขียนจัง เธอจะเขียนเกี่ยวกับอะไรกันนะ? อาจจะเป็นพวกไซไฟ แต่คงไม่ใช่นิยายความรักหรอก ใช่มั้ย?
"....."
มันยากที่จะต่อบทสนทนากับนางาโตะในโลกนู้น และในโลกนี้ มันก็ไม่ได้ต่างกันเลย
ผมก็ต้องกลับมาเผชิญกลับความเงียบอีกครั้งกับชั้นวางหนังสือ
และผมก็สะดุดตากับหนังสือเล่มหนึ่งบนชั้นวาง
ชื่อหนังสือที่คุ้นเคย เมื่อตอนที่ก่อตั้งกองพัน SOS นางาโตะให้ผมยืมนิยายไซไฟต่างประเทศชุดนี้เล่มแรกกับผม หนังสือที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือที่ดูน่าสะพรึงกลัว ตอนนี้ ผมรู้แล้วว่า นางาโตะก็ยังเป็นหนอนหนังสือเหมือนเดิม และเธอก็ยัดหนังสือเล่มนี้มาให้ผมโดยไม่บอกกล่าว "เอานี่ไปสิ" เธอพูดแค่นี้และก็จากไป และมันทำให้ผมต้องใช้เวลาอ่านตั้ง 2 อาทิตย์ที่จะอ่านมันทั้งหมด สำหรับผมแล้ว เหมือนมันจะเกิดมาเป็นปีแล้ว เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเยอะเหลือเกินที่ผ่านมา
ความรู้สึกอยากย้อยอดีตผุดขึ้นมา และผมก็หยิบเจ้าปกหนาเล่มนี้ออกมา ผมไม่เคยยืนอ่านหนังสือในร้านขาย ดังนนั้น ผมก้ไม่ได้มีความรู้สึกอยากอ่านมากมายนัก ผมเปิดหนังสือไปมา และก้เอามันยัดกลับไปวางที่เดิม และก็มีกระดาษสีเหลี่ยมๆแผ่นเล็กๆตกอยู่ข้างเท้าผม
"หืมม???"
ผมหยิบมันขึ้นมา มันคือที่คั่นหนังสือลายดอกไม้ เหมือนที่คั่นหนังสือทั่วไปที่แถมมาจากร้านหนังสือ.... ที่คั่นหนังสือเรอะ?
เหมือนกับโลกทั้งใบเริ่มหมุนรอบตัวผม อ้า ... ใช่...ตอนนั้น....ผมเปิดหนังสือเล่มนี้ในห้องนอนผม... แล้วผมก็เจอที่คั่นหนังสือแบบเดียวกัน.... แล้วผมก็รีบแจ้นไปพร้อมกับจักรยานของผม... ผมเริ่มนึกความหลังกลับมาในหัวผมแล้ว
ทุ่มนึงคืนนี้ จะรอคุณอยู่ที่สวนสาธารณะหน้าสถานี
ผมกลั้นหายใจ แล้วพลิกมือกลับมา .... และผมก็เห็น
"สถานะการทำงานของโปรแกรม : รวบรวมเงื่อนไข เส้นตาย : สองวันหลังจากนี้"
กลับมาแล้วคร้าบบบบบ หายไปนานร่วม 2 อาทิตย์ กลับมาก่อนหน้านั้นก็แปลต่อไม่ไหว วันนี้เลยขอมาแปลส่วนที่ 1 ย้อนหลังใหม่ให้ได้อ่านกันอย่างจุใจกว่าเดิมนะครับ ไม่รู้จะยังอยุ่กันมั้ย ถ้าอยุ่ช่วยส่งเสียงกันหน่อยน้อ วิ้ววววว
จนถึงวันนี้ผมก็ยังอ่านเล่มนี้ไม่จบเลย ไม่รุ้ว่าจะได้อัพต่อเนื่องรึเปล่าด้วย ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุดนะครับ ^^
สำหรับคนที่อ่านของครั้งที่แล้วไปแล้ว ผมก็คั่นหน้าไว้ให้แล้วนะครับ เชิญต่อกันได้เลยครับ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ ^^


#1 By Otaku-ISM on 2007-06-12 20:32